ภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯหลัง Donald Trump ขึ้นเป็น ประธานาธิบดี

Donal-Trump

1 ปีต่อมาหลังจากที่นาย Donald Trump สามารถคว้าชัยชนะการเลือกตั้ง จนได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯได้สำเร็จ พบว่าภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้ฟื้นตัวกลับมายังจุดเข้มแข็งที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นที่ชาวอเมริกันมีต่อผู้นำประเทศ กลับลดลงในแทบทุกด้าน ซึ่ง Donald Trump ก็ยังคงเดินหน้า เพื่อทำตามนโยบายหาเสียงของตน คือ American First หรือ อเมริกาต้องมาก่อน

ในเรื่องความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ มีประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามร้อยล่ะ 68 มองว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ฟื้นตัวดีขึ้นเพิ่มขึ้นจากร้อยล่ะ 57 ก่อนนาย Donald Trump จะเข้ามารับตำแหน่ง รวมทั้งราคาหุ้นก็ทะยานสูงขึ้น สู่ระดับสูงสุด ตั้งแต่ปี 2001 ซึ่งสวนทางกับคะแนนนิยมในตัวของเขาซึ่งลดลงเหลือเพียงร้อยล่ะ 38 เท่านั้น

Donald Trump ประกาศตั้งแต่ตอนหาเสียงว่า เขาจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และหลังจากที่เขาเข้ารับ เขาก็เริ่มจัดการกับโครงการซึ่งเป็นของ อดีตประธานาธิบดี Barack Obama ทันที คือการให้สหรัฐฯถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) รวมทั้งระบบหลักประกันสุขภาพ

ผ่านมาสักระยะแล้วสำหรับการดำรงตำแหน่งของนาย Donald Trump ซึ่งโลกต่างหวาดวิตกว่า เขาจะเข้ามาเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลกในทุกๆ ด้าน แต่ถ้าสังเกตกันอย่างจริงจังในเวลาที่ผ่านมาสักพัก ดูพบว่านาย Donald Trump มีท่าทีอ่อนลงในด้านของนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งตอนแรกเขาเน้นการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งไม่ให้การสนับสนุนการค้าเสรีใดๆทั้งสิ้น พร้อมทั้งกีดกันการค้ากับประเทศมหาอำนาจต่างๆ ทั้งในเอเชียและยุโรป แต่ภายหลังจากที่เขาเข้ามารับตำแหน่งและทำงานมาได้ระยะ กลับให้มีการเปิดรับการค้าเสรีมากขึ้น แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อตกลงของการค้าเสรีดังกล่าว ว่า จะต้องเป็นการค้าซึ่งเป็นธรรมกับสหรัฐฯ ด้วย แต่อย่างไรก็ตามนโยบายทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ ยังคงมุ่งเน้นไปที่การปกป้องคนในประเทศ รวมทั้งพยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศให้วิ่งฉิวก่อน ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีจากทุกภาคส่วน เพื่อกระตุ้นการลงทุน แต่ก็ยังมีรูโหว่อยู่คำถามคือเมื่อลดภาษีแล้ว Donald Trump ก็ยังไม่มีแนวทางชัดเจน ในเรื่องของจะดึงเงินรายได้จากส่วนไหนมาทดแทนรายได้ที่หายไปจากภาษี

แต่ไม่ว่า Donald Trump จะเปลี่ยนแนวทางนโยบายทางด้านเศรษฐกิจของตัวเองให้หย่อนลง และเปิดรับการค้าต่างชาติมากขึ้น ก็ย่อมเกิดผลกระทบจากประเทศคู่ค้าอย่างแน่นอนอยู่แล้ว แต่เหล่านักวิเคราะห์ต่างเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย หรือ ภูมิภาคอื่นๆ ที่กำลังจะได้รับผลกระทบจากการเคยทำธุรกิจกับสหรัฐฯ กำลังเร่งหาทางออกให้ตัวเอง แน่นอนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโลกนั้นย่อมมีแน่นอน แต่น่าจะเป็นเพียงความผันผวนที่เกิดขึ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น